

วันฉลองนักบุญทั้งหลายวันระลึกถึง-มิสซาแด่ผู้ล่วงลับและการจุดเทียน
วันฮาโลวีน ความตาย ไฟชำระ นรก - สวรรค์
ประสงค์ เนืองทอง รวบรวม
|
นรก สภาพชีวิตที่ไร้จุดหมาย ผมได้พูดถึงสวรรค์ในรูปของชีวิตใหม่ ในรูปของสมบูรณภาพของโลก และการเชยชมพระเจ้าตลอดนิรันดร เวลานี้ผมขอเชิญผู้อ่านทุกท่านมาร่วมกันพิจารณาถึงนรกบ้างว่า ชีวิตที่ต้องทนทรมานในนิรันดรภาพนั้น มีลักษณะใด
ก. การไม่ต้องการพระเจ้า พระเป็นเจ้าทรงเสนอแผนการณ์แห่งความรักให้เรา ทรงเชื้อเชิญให้เราเป็นคนใหม่ เจริญชีวิตร่วมกับพระองค์ มีส่วนในแผนการณ์แห่งการร่วมชิดสนิทกับพระองค์ แต่พระองค์ไม่ทรงบังคับเรา พระองค์ทรงเชิญและคอยการสนองรับ คำตอบของเราอาจจะเป็น การยอมรับ หรือ การปฏิเสธ อาจจะตอบความรักด้วยความรัก หรือด้วยความเมินเฉยก็ได้ หรืออาจกล่าวว่า ผมมีโครงการชีวิตของผมเอง ผมมีความสุขกับของต่างๆ และกับคนอื่นๆ ผมไม่เห็นต้องการพระเจ้า
เราสามารถบอก ไม่ กับพระเป็นเจ้าได้
และพระองค์ทรงถือคำตอบของมนุษย์อย่างจริงจัง
ข. การทรมานในนรก การตอบ ไม่ กับพระเจ้าเพื่อตั้งตนเองขึ้นมาแทนนั้น ในที่สุดก็กลับกลายเป็น ความเกลียดชังพระเป็นเจ้า จนไม่สามารถตอบรับ ใช่ กับพระองค์อีกต่อไปได้ นี่แหละเป็นความทุกข์ที่แสนเจ็บปวดที่สุดที่มนุษย์ประสบ พระคัมภีร์อธิบายด้วยวิธีพูดต่างๆ อย่างเช่น หนอนไม่รู้ตาย การร่ำไห้ ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ความมืด คุก ความตายครั้งที่ 2 ความพินาศ ฯลฯ วิธีการพูดแบบนี้เอามาจากประสบการณ์ของมนุษย์ที่มีความเจ็บปวด ความหมดหวัง ความไม่สบอารมณ์ นรกปลดเปลื้องมนุษย์จากสิ่งที่เป็นธรรมชาติของเขา ธรรมชาติของเขาโหยหาอิสรภาพ แต่กลับต้องมาอยู่ในความมืด มุ่งหาบ้านของพระบิดา แต่กลับต้องมาอยู่ข้างนอก และนี่เป็นสถานการณ์ที่จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง นรก หมายถึงการไม่มีอนาคต ไม่มีความสมหวังอันใดอีก เขาเป็นเหมือนผู้ที่ถูกตัดอวัยวะต่างๆ ออก ไม่มี ตา หู จมูก ปาก มือ เท้า เขาจะติดต่อกับใครได้ เขาต้องอยู่โดดเดี่ยว ถูกขังอยู่ในกำแพงแห่งการเห็นแก่ตัว
ค. การสูญเสียพระเจ้า แต่ความผิดหวังที่ปวดร้าวที่สุด ก็คือการสูญเสียพระเจ้า ธรรมชาติของเราโหยหาพระเจ้า แต่มนุษย์ที่ขบถต่อพระองค์ ในที่สุดจะพบว่าเขาไม่สามารถพบพระองค์ได้อีก เขาด่าแช่งสภาพอันน่าทุเรศของเขา สะอิดสะเอียนตัวเอง เขาไม่สามารถเอาชนะแรงผลักดัน
ชีวิตเรา ทางสองแพร่ง คริสตชนทุกคนรู้ดีว่าความเป็นอยู่ของมนุษย์อยู่ในทาง 2 แพร่ง ระหว่างความดีกับความชั่วพระหรรษทานกับ
ผมขอลงท้ายด้วยตัวอย่างอีกตัวอย่างหนึ่ง ที่กรุงตุริน บ้านเกิดของผมเอง มีบ้านน้อยๆ แห่งหนึ่งมีชื่อว่า
คำสอนเรื่องไฟชำระต้องสัมพันธ์กับคำสอนเรื่องอันตวารวิทยาประวัติศาสตร์มนุษยชาติเป็นประวัติศาสตร์แห่ง
ความรอด
ยุคสุดท้ายเป็นยุคของความสำเร็จสมบูรณ์ แต่ก่อนถึงยุคนั้นมนุษย์แต่ละคนซึ่งรวมกันเป็นมนุษยชาติ
ประวัติความเป็นมาของคำสอน คนโบราณเชื่อกันว่า ผู้ตายรวมกันอยู่ที่แห่งหนึ่ง ซึ่งมีความทุกข์ทรมานมากน้อยไม่เท่ากัน
ในพันธสัญญาใหม่ คริสตชนสมัยอัครสาวกมองอนาคตด้วยความหวัง ปักใจเชื่อว่า การเสด็จมาครั้งที่ 2 ของพระคริสต์อยู่ใกล้ซึ่งจะเป็นอันตวาระสำหรับทุกคนและทุกสิ่ง การพิพากษาสุดท้ายของพระเจ้าจะเป็น วิญญาณในแดนผู้ตายรอวันพิพากษาสุดท้ายดังกล่าว เพื่อรับการชำระให้บริสุทธิ์ ยุสติน และแตร์ตัลเลียน
นักเทววิทยาสมัยกลางยึดคำสอนของเอากุสติน ในสังคายนาเมืองลีออง ครั้งที่ 2 (1274) และสังคายนาเมืองโฟลเรนส์ ( 1439) มีการกล่าวถึงไฟชำระเป็นสถานที่ชำระบาป มีไฟไม่นิรันดร์ สันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 12 นิยามไฟชำระในทำนองเดียวกัน เพื่อยืนยันคำสอนข้อนี้ซึ่งพระศาสนจักรกรีก
ในสมัยปฏิรูปทีแรกลูเธอร์และเมลังทอนยังสงวนท่าทีเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ในที่สุดตั้งแต่ปี 1530
คำสอนของพระศาสนจักร พระศาสนจักรสอนเรื่องไฟชำระอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในสมัยกลาง มีการชำระสำหรับผู้ทที่
ข้อคิด 1. ความตายเป็นความทุกข์แต่ก็เป็นโทษที่นำการชำระมาสู่จิตวิญญาณ เพราะความตายแยกจิตวิญญาณออกจากกายและโลกซึ่งเต็มด้วยสิ่งเย้ายวนในทางบาป นอกจากนี้การได้สัมผัสพระเจ้าโดยตรงในช่วงนั้น มีผลในทางชำระเช่นกัน กล่าวคือจิตวิญญาณสำนึกในความไม่สมไม่ควรของตนและเกิดความทุกข์เสียใจอย่างสูงสุด ความตายในสายตาของคริสตชนจึงเป็นความหวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อยอมรับความตายนั้นร่วมกับความตายของพระเยซูคริสต์ 2. การภาวนา สำหรับผู้ตายมีความหมาย เพราะพระศาสนจักรเป็นที่รวม ของสหพันธ์นักบุญ การพยายามติดต่อกับวิญญาณผู้ตายโดยตรงไม่ใช่วิธีการของพระศาสนจักร 3. พระศาสนจักรละตินสอนว่า หลังจากชำระมลทินบาปสมบูรณ์แล้ว ผู้นั้นจะได้เชยชมพระเจ้าในสวรรค์ก่อนการกลับคืนชีพในวันสุดท้าย เมื่อเป็นเช่นนี้ คำสอนเรื่องการกลับคืนชีพน่าจะมีความหมาย 2 อย่างคือ การกลับคืนชีพเฉพาะบุคคลเมื่อผู้นั้นใช้โทษบาปในไฟชำระอย่างสมบูรณ์แล้ว และการกลับคืนชีพพร้อมกันในวันสุดท้ายเมื่อพระคริสต์จะเสด็จมาครั้งที่ 2 เพื่อตัดสินมนุษย์พร้อมกัน การตัดสินของพระองค์นั้นเป็น ไฟ ชำระทุกคนพร้อมกันอีกครั้งหนึ่ง ถ้าความเข้าใจนี้ถูกต้อง ไฟชำระมิใช่อะไรอื่นนอกจากสถานภาพของจิตวิญญาณที่รอการกลับคืนชีพส่วนตัวและส่วนรวม ดังนั้นคำภาวนาสำหรับผู้ตายมีความหมายเสมอ เพราะคำภาวนานั้นอย่างน้อยช่วยให้ผู้ตายรอรับการเสด็จมาครั้งที่ 2 ของพระคริสต์ในวันกลับคืนชีพพร้อมกันในวันสุดท้าย แนวคิดนี้สอดคล้องกับคำสอนที่ว่า ไฟชำระเป็นเรื่องสัมพันธ์กับอันตวารวิทยา ตามที่กล่าวไว้
วันฉลองนักบุญทั้งหลายวันระลึกถึง-มิสซาแด่ผู้ล่วงลับและการจุดเทียน ขออภัยหากยังชมบางบทความไม่ได้ -กำลังดำเนินการ
ขอขอบคุณข้อมูล : http://www.catholic.or.th/ |
" รอยยิ้มของท่าน คือความใฝ่ฝันของเรา "
วิทยุชุมชนคนของแผ่นดิน FM.103.75 MHz. 74 หมู่ 11 ต.นาโพธิ์ อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร 47210 โทร 0-4276-9204
Copyright ? 2007 PSN Studio. All rights reserved
พัฒนาโดย Webmaster@naphoradio.com