ให้เราตายกับพระคริสตเจ้าเพื่อจะได้มีชีวิตกับพระองค์

นักบุญเปาโลกล่าวว่า สำหรับข้าพเจ้า การมีชีวิตอยู่ก็คือพระคริสตเจ้า การตายก็เป็นกำไร
จากคำกล่าว นี้ทำให้เราเห็นว่า ความตายคือกำไร และ ชีวิตคือการสูญเสีย คำว่า พระคริสตเจ้า จะมีความหมายอย่างอื่นหรือ นอก จากการตายต่อเนื้อหนังและการได้รับลมหายใจแห่งชีวิต ?
ดังนั้น ให้เราตายกับพระคริสตเจ้าเพื่อจะได้มีชีวิตร่วมกับพระองค์ เราทุกคนควรจะทำตัวให้คุ้นเคยกับความตายทุกวัน และปรารถนาที่จะตายทุกวันด้วย อาศัย
การตัดขาดเช่น นี้วิญญาณจึงต้องเรียนรู้ที่จะเป็นอิสระจากความต้องการฝ่ายร่างกาย วิญญาณจะต้องยกตัวเองให้อยู่เหนือความ ปรารถนาฝ่ายโลก
ให้สูงขึ้นจนถึงที่ที่ความปรารถนาฝ่ายร่างกายไม่อาจจะไปถึงได้และยึดที่นั่นไว้ให้มั่น
วิญญาณจะต้องรับเอารูปแบบของความตาย เพื่อจะได้หลีกหนีจากการถูกตัดสินลงโทษ
ให้ต้องตายไป กฎแห่งบาปทำส่งครามกับ กฎ แห่งเหตุผล ผลก็คือ
กฎแห่งเหตุผลต้องตกอยู่ใต้อำนาจของกฎแห่งบาป มียาขนานใดหรือที่รักษาความผิด
และบาปของเราได้ ? ใครเล่าจะสามารถปลดปล่อยเราให้เป็นอิสระจากร่างกายรู้จัก
ตายนี้ได้ ? มีแต่พระหรรษทานของ พระ เป็นเจ้าเท่านั้น โดยอาศัยพระเยซูคริสตะเจ้า
ของเรา

เมื่อเรามีนายแพทย์ผู้สามารถให้การรักษาเราแล้ว เราจงใช้ยาตามที่พระองค์ทรงสั่งเถิด
ยานั้นก็คือ พระหรรษทานของพระคริสตเจ้า ส่วนร่างกายที่รู้ตายนั้น คือ ร่างกายของเราเอง
ดังนั้น
เราจงเนรเทศตนเองออกจากร่างกายที่รู้ตาย เพื่อจะได้ไม่ถูกเนรเทศออกจาก
พระคริสตเจ้า
ถึงแม้ว่าในความจริงเรายังคงอยู่ในร่างกายนี้ แต่จง อย่าหยิบยื่น
สิ่งฝ่ายร่างกายอันรู้จัก
เสื่อมสลายนี้ให้แก่ตัวเราเอง เราต้องไม่ปฏิเสธสิทธิตาม
ธรรมชาติของร่างกาย แต่ต้อง
ปรารถนาที่จะได้รับพระหรรษทานเหนือสิ่งอื่นใด


จำเป็นจะต้องกล่าวอะไรมากไปกว่านี้อีกหรือ ? ในเมื่อความตายของมนุษย์คนเดียว
สามารถช่วยโลก
ให้ รอดได้ พระคริสตเจ้าไม่จำเป็นต้องรับความตาย ถ้าพระองค์ไม่ทรงมีพระประสงค์ พระองค์มิได้ทรงเห็นว่า
ความตาย เป็นสิ่งน่าเกลียดน่าชัง หรือเป็น
สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง ตรงกันข้าม พระองค์ทรงเห็นว่าไม่มีวิธีใด
ที่จะช่วยมนุษย์ให้รอด
ได้ดี ไปกว่าการยอมรับความตาย เพราะฉะนั้น การสิ้นพระชนม์ของพระองค์จึง
เป็น
ชีวิตสำหรับเราทุกคน เราทั้งหลาย ได้รับการประทับตราด้วยเครื่องหมายแห่งการสิ้น
พระชนม์
เมื่อเราภาวนา เราประกาศการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ การสิ้นพระชนม์ของพระองค์จึงเป็นชัยชนะ
และเป็นหมายสำคัญอันศักดิ์สิทธิ์ และมนุษย์ทั่วโลกได้เฉลิมฉลองการสิ้น พระชนม์ของพระองค์
อย่างสง่างาม
สมพระเกียรติในทุก ๆ ปี

เราจำเป็นต้องกล่าวถึงการสิ้นพระชนม์ของพระองค์มากไปกว่านี้อีกหรือ ? ในเมื่อเราได้หยิบยกเอา
พระ ฉบับแบบ
อันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์มากล่าวแล้ว เพื่อเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า โดยการสิ้นพระชนม์
เท่านั้นที่ทำให้เรา ได้รับชัยชนะ เป็นอิสระจากความตาย และความตายในตัวมันเองก็คือผู้ไถ่ตัวมันเอง ความตายจึงไม่เป็นเหตุแห่ง ความทุกข์โศกเศร้า เพราะความตายเป็นเหตุแห่งความรอดของมนุษยชาติ ความตายไม่ใช่สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง
สำหรับพระบุตรพระองค์มิได้ทรงมีพระดำริว่าความตาย
ไม่คู่ควรกับ
พระเกียรติของพระองค์ ทั้งมิได้ทรงหลีกหนีให้พ้น ไปจากความตายเลย

ความตายซึ่งแต่ก่อนมิได้เป็นธรรมชาติได้กลับกลายเป็นส่วนของธรรมชาติแล้ว พระเป็นเจ้า
มิได้ทรงกำ หนด ให้มีความตาย เมื่อทรงสร้างสรรพสิ่ง บัดนี้
พระองค์ได้ทรงกำหนด
ให้เป็นยา
รักษาตัวมันเอง เพราะมนุษย์ทำ บาปจึงถูกตัดสินให้ต้องทำงานด้วยความ
เหนื่อยยากและความ
ทุกข์แสนสาหัส ด้วยเหตุนี้เอง ชีวิตมนุษย์จึงเริ่มประ สบ
กับความสังเวช แต่สิ่งเหล่านี้
จะต้องมีที่สิ้นสุด โดยความตายจะต้องทดแทนสิ่งที่มันได้้ทำให้สูญเสียไปจากชีวิต หากปราศจาก
ความช่วยเหลือที่ได้รับจากพระหรรษทาน
ความไม่รู้จักตายจึงเป็นภาระมากกว่าที่จะถือว่าเป็นพระพร


วิญญาณจะต้องหันเหไปจากหนทางที่ไร้จุดหมายของชีวิตในโลกนี้ จากความไม่บริสุทธิ์
และราคะ
ตัณหา ของ เนื้อหนัง วิญญาณต้องมุ่งหน้าไปให้ถึงชุมชนชาวสวรรค์ ถึงแม้ว่าจะมีแต่บรรดานักบุญเท่านั้น
ที่ได้รับการยอม รับให้เข้าสู่กลุ่มนี้ได้เพื่อขับร้อง
สรรเสริญพระเจ้า และจากพระคัมภีร์ทำให้เรารู้ว่า
การขับร้องสรรเสริญพระเจ้านั้น
เป็นการขับร้องคลอเสียงพิณ มีใจความว่า ข้าแต่พระผู้ทรงสรรพานุภาพ
พระราชกิจของพระองค์ยิ่งใหญ่และมหัศจรรย์พระมรรคาของพระองค์เที่ยงธรรมและสัตย์จริง องค์กษัตริย์
์แห่งนานาชาติ ใครเล่าจะไม่นมัสการและถวาย เกียรติ
แด่พระธรรมชาติของพระองค์ ?
พระองค์ผู้เดียว
ศักดิ์สิทธิ์ นานาชาติจะพากันมานมัสการ
เฉพาะพระพักตร์พระ องค์ วิญญาณต้องปรารถนาที่จะเป็นพยาน
ยืนยันถึงการวิวาห์ขององค์พระเยซูคริสตเจ้า และปรารถนาจะได้เห็นเ จ้าสาวของพระองค์ออกเดินทาง
พร้อมกับพระองค์จากโลกนี้ไปสู่สวรรค์ ขณะที่ทุกคนชื่นชมยินดีและขับร้องพร้อม กันว่า
มนุษย์ทุกคน
จะมาอยู่เฉพาะพระพักตร์พระองค์ เจ้าสาวของพระองค์จะไม่ต้องตกอยู่
ใต้อำนาจของโลกที่กำลังล่วงพ้น
อีกต่อไป แต่จะรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค
์โดยทางวิญญาณ

เหนือสิ่งใดทั้งปวง กษัตริย์ดาวิดได้ทรงภาวนาว่า สิ่งหนึ่งที่ข้าพเจ้าทูลขอต่อพระเจ้า
ข้าพเจ้าจะภาวนา เมื่อสิ่งนี้ ขอให้ได้พำนักอยู่ในพระนิเวศของพระเจ้าตลอดวันเวลา
ในชีวิตของข้าพเจ้า และได้เห็นว่าองค์พระเป็น เจ้าทรงพระสิริรุ่งริโรจน์ยิ่งนัก

อ่านหน้าต่อไป