www.naphoradio.com "ฟังทุกวัย สุขใจทุกวัน"

" รักในหลวง ห่วงชุมชน
คนของแผ่นดิน
สร้างถิ่น ไทยเจริญ"







กันยายน 2011
ภาพ - ข้อคิด หลากหลายมุมมอง...จากทุกท่านที่ส่งมา .....ขอบคุณ เจ้าของ Mail และผู้มีน้ำใจดีทุกท่าน
และต้องขออภัยหากบางภาพหรือข้อความใด ทำให้ท่านไม่สบายใจ เรานำเสนอเพื่อเป็นข้อคิด สาระและความบันเทิงเท่านั้น

 


FW: มีเพียงฉัน ? ที่ไม่ได้กินฟรี



นี่แหละสังคมเรา พยายามทำตัว เลว ๆ ในสังคมเพื่ออยู่รอด ใช่มั้ย เราเกิดมาเพื่อต่อสู้กะโลกาวิวัฒน์

ยิ่งพลิกตัวดิ้นรนได้เท่าไร ก้อ อยู่รอด ทำตัว ดีดี แล้วสังคมจะมาข่มเหงเราเมื่อเราไม่ดิ้นรน ช่ายมั้ย

 

 

เรื่อง มีเพียงฉันที่ไม่ได้กินฟรี

ผู้แต่ง ภรรยาคุณเลี่ยว

(ผู้แต่งใช้อักษรจีนเพียง ๘๐๐ ตัว สามารถบรรยายถึงสภาพสังคมจีนยุคใหม่ได้อย่างสุดยอดจริงจริง)

 

วันนี้เป็นวันสุดสัปดาห์ พวกเพื่อนๆสมัยเรียนอยู่ชั้นมัธยม ได้นัดชุมนุมพบปะสังสรรค์กัน

ที่ภัตราคาร เทียนอัน นับตั้งแต่สำเร็จการศึกษา พวกเพื่อนเก่าได้นัดพบปะกันสม่ำเสมอ มีแต่ฉันเท่านั้น

ที่ขาดการติดต่อกับพวกเพื่อน ฉันทำงานวาดภาพผลิตภัณฑ์ในโรงงานแห่งหนึ่ง ฉันและสามีต่างก็ช่วย

กันทำมาหากินเลี้ยงดูครอบครัว ด้วยรายได้ที่ไม่มากนัก ความจริงฉันตั้งใจจะไม่ไปร่วมงานเลี้ยง แต่ก็ไม่

สามารถปฏิเสธเพื่อนๆได้ ก็เลยต้องรับปาก

 

สามีของฉันยุ่งอยู่กับการทบทวนบทเรียนให้ลูกชาย ซึ่งลกชายของเรากำลังเตรียมตัวเข้าเรียนชั้นมัธยม

เพื่ออยากให้ลูกชายได้เรียนในโรงเรียนมัธยมที่ดีมีชื่อเสียง พักนี้สามีต้องวิ่งเต้นเข้าหาผู้บริหารโรงเรียน

ซึ่งจนบัดนี้ก็ยังไม่ทราบผลว่าสำเร็จหรือไม่ ก่อนออกจากบ้านฉันเหลือบมองดูลูกชายแล้วจึงเดินออกไป

 

ภัตตาคาร เทียนอัน เป็นภัตราคารหรูชั้นหนึ่ง เมื่อฉันเดินเข้าไปห้องที่จองไว้ พวกเพื่อนๆ

มากันครบแล้ว ทักทายฉันเกรียวกราวยังไม่ทันได้นั่งต่างก็แย่งกันยื่นนามบัตรให้ฉัน

พลิกดูนามบัตรแต่ละคนต่างก็มีตำแหน่งใหญ่โต เป็นผู้จัดการ ผู้บริหาร ต่างๆ แม้กระทั่งอาฮุยซึ่งเรี

ยนไม่เอาใหนที่สุด สอบได้ที่โหล่ ก็ยังได้เป็นตำรวจ เป็นผู้กำกับสถานีตำรวจ

 

มองดูอาหารที่พนักงานเอามาเสริฟ ฉันหูตาลายไปหมด นั่งนึกสงสารตัวเองที่ผ่านๆมาไม่เคยได้ลิ้มรส

อาหารพวกนี้เลย

คำนวนในใจค่าอาหารโต๊ะนี้มีมูลค่าเท่ากับรายได้ของฉันถึง ๓ เดือนทีเดียว อาฮุยตำรวจทำตัวเหมือนเจ้าภาพ

งานเลี้ยงนี้ ชักชวนเพื่อนๆให้กินกันไม่หยุด และรินเหล้าแจกทุกคน คีบอาหารให้คนโน้นคนนี้

ปากก็พูดไม่หยุดว่า "กิน พวกเรากิน มื้อนี้ผมจัดการเอง ไม่ต้องห่วง" พรรคพวกทุกคนไม่มีไครขัดศรัทธา

ทั้งกินทั้งดื่มสนทนากันอย่างสนุกสนาน

 

เมื่อสมควรแก่เวลา หลังจากที่กินกันอย่าง อิ่มหนำสำราญแล้ว ก็เป็นเวลาที่ต้องแยกย้ายกลับกัน

ฉันสังเกตุดูไม่มีไครแสดงความใจกว้างที่จะเป็นผู้เคลียจ่ายค่าอาหาร ในที่สุดอาฮุยคักโทรศัพท์ออกมา

กดหมายเลขแล้วพูดว่า " เสี่ยวหลี่ คืนนี้ออกไปจับกุมกวาดล้างได้อะไรไหม.. ..เออ ดี ดี

ส่งมาพบผมที่ภัตราคาร เทียนอัน สักคน ให้มาช่วยจ่ายค่าอาหารหน่อย"

 

พูดจบเขาก็เก็บโทรศัพย์เข้ากระเป๋าด้วยความภาคภูมิใจ พวกเพื่อนก็เฮด้วยความสนุกสนาน

ต่อมาไม่ถึง ๑๕ นาที ก็มีชายวัยกลางคนผลักประตูเข้ามา พอ เห็นยอดเงินในใบเสร็จก็หน้านิ่ว

คิ้วขมวด ดูเหมือนว่าเงินสดเขามีไม่พอจ่าย เขาควักโทรศัพย์ออกมาพร้อมทั้งกดโทรพูดว่า

"คุณเลี่ยวหรือครับ ผมครูใหญ่หม่านะครับ เรื่องลูกชายของคุณที่ฝากมาเข้าโรงเรียนมัธยมของผมนั้น

เป็นอันว่าผมตกลงรับไว้แล้วนะครับ แต่พอดีวันนี้ผมเชิญเพื่อนๆมาเลี้ยงอาหาร อยากขอ

ให้คุณมาช่วยจ่ายค่าอาหารได้ใหมครับ ผมอยู่ที่ภัตราคารเทียนอัน ห้อง ๒๐๓ ...."

หลังจากนั้นประมาณ ๒๐ นาที มีคนมาเคาะประตู พอประตูเปิดออกมา ทันทีที่เห็นสามีที่ใส่แว่น

สายตาหนาเตอะของฉัน คือผู้เดินเข้ามา ฉันเป็นลมล้มฟุบลงทันที

 

( เรื่องสั้นนี้ได้รับรางวัลวรรณกรรมดีเด่นมากมาย ประจำปี ๒๐๐๖ )

จัดเทียบเท่ากับ นักเขียนปฏิวัตร หลู่ซิ่น ทีเดียว

 

   

ขอบคุณ

Manit Sangkharat <manit.sangkharat@gmail.com
เมื่อ 13 กันยายน 2554, 23:36,


     


ฝากข้อความ-ขอเพลง



 



" รอยยิ้มของท่าน คือความใฝ่ฝันของเรา "


วิทยุชุมชนคนของแผ่นดิน FM.103.75 MHz.
74 หมู่ 11 ต.นาโพธิ์ อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร 47210 โทร 0-4276-9204
Copyright ? 2007 PSN Studio. All rights reserved
พัฒนาโดย
Webmaster@naphoradio.com







Forum-กระดานข่าวชาวนาโพธิ์
รับจัดทำเว็บ-วิทยุ ทีวีออนไลน์