" รักในหลวง ห่วงชุมชน
คนของแผ่นดิน
สร้างถิ่น ไทยเจริญ"


เราจัดทำเพื่อบริการสาธารณะชุมชน
ไม่หวังผลทางธุรกิจ

วิทยุชุมชนคนของแผ่นดิน FM.103.75 MHz. คลื่นชุมมชนฮิตร้อยเปอร์เซ็นต์ " ฟังทุกวัย สุขใจทุกวัน "
จากใจเจ้าบ้าน
ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจ
เราจะตั้งใจทำหน้าที่อย่างดีที่สุด
เพื่อความสุขของทุกท่าน
เราหวังเป็นอย่างยิ่ง
ที่จะสร้างรอยยิ้ม
ในทุกครั้งที่ท่านแวะเยี่ยมเรา
Google

มิลานเมืองวิมานในฝัน

ดินแดนแห่งศิลปะและศาสนา ที่หลายคนฝันใฝ่ อยากไปเยือน
วันนี้เราจะพาคุณไปสัมผัส....


โดย Don Daniele
Milano, 20 agosto 2008


เมืองมิลาน หรือที่ชาวอิตาเลียนเรียกว่า มีลาโน ( Milano )

     

  

      าอยู่เมืองมิลานนานร่วมสองเดือนแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสได้เที่ยวชมตัวเมืองสักที ช่วงนี้พอมีเวลาว่างจึงต้องไปเที่ยวชมกันหน่อย ว่ากันว่า เมืองมิลานเป็นดั่งวิมานในฝันของผู้คนทั่วโลก ที่พูดเช่นนี้ก็เพราะ มีนักท่องเที่ยวและผู้แสวงบุญมากมาย ที่ฝันอยากมาเที่ยวชม
ความยิ่งใหญ่อลังการของดูโอโมและดื่มด่ำกับศิลปะอันงดงามของมิลานที่ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งศิลปะและศาสนา
มีนักธุรกิจและนักลงทุนมากมายที่ฝันอยากมาลงทุนในมิลาน ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งอนาคต
ที่เป็นศูนย์กลางทางการค้าอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจ ของทวีปยุโรป


         มีนายแบบ-นางแบบและเศรษฐีมากมาย ที่ฝันอยากมาเดินในสถานที่จัดแสดงแฟชั่นและจับจ่าย
เลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมของมิลาน ที่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางของวงการแฟชั่น มีนักแตะและแฟนบอลมากมาย
ที่ฝันอยากมาสัมผัสบรรยากาศในซานซีโร สนามเหย้าของยักษ์ใหญ่แห่งฟุตบอลยุโรปอย่าง ปีศาจแดงดำ
-เอซีมิลานและงูใหญ่-อินเตอร์มิลาน ส่วนใครจะมีฝันเป็นจริงเมื่อไหร่ อย่างไร หรือจะยังคงเป็นดั่งวิมานในฝันต่อไป
เป็นเรื่องของอนาคตที่ไม่อาจทราบได้     แต่สำหรับผู้เขียน วันนี้... ฝันเป็นจริงแล้ว

       
        






 

 


 
 
 
 

 

  
ประวัติและข้อมูล

เมืองมิลาน หรือที่ชาวอิตาเลียนเรียกว่า มีลาโน ( Milano ) เป็นเมืองสำคัญในภาคเหนือของ ประเทศอิตาลี
ที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากกรุงโรม ตั้งอยู่บริเวณที่ราบ ลอมบาร์เดีย ( Lombardia) มีประชากร
ประมาณ 1,483,882 (ข้อมูล : 31 ธันวาคม 2006 ) แต่ถ้ารวมประชากรบริเวณรอบนอกและเขตปริมณฑล
จะมีมากถึง 7.4 ล้านคน โดยเรียกเขตทั้งหมดว่า มิลานใหญ่(La Grande Milano) มิลาน
มีพื้นที่ประมาณ 1, 982 ตารางกิโลเมตร ประวัติศาสตร์ของเมืองมิลานสามารถย้อนไปไกลถึง 400 ปี
ก่อนคริสตกาล จากการตั้งรกรากของชาวเชลต์ (Celt) ซึ่งเป็นชาวพื้นเมืองดั้งเดิม ชื่อมิลานก็มาจาก ภาษาเซลต์
คือคำว่า "Mid-lan" ซึ่งหมายถึง “อยู่กลางที่ราบ” ก่อนที่จะถูกชาวโรมันยึดครองในช่วง 200 ปีก่อนคริสตกาล
       ในยุคที่อาณาจักรโรมันยิ่งใหญ่และเกรียงไกรไม่มีใครเทียม หลังจากครอบครองมิลานนานหลายร้อยปี
จักรพรรดิ์ ดิโอเคลเทียน ( Diocletian ) ได้ประกาศให้เมืองมิลานเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรโรมันตะวันตก
ในปี ค.ศ. 293 เมืองมิลานในปัจจุบัน จึงมีรากมาจากอดีตที่ตกทอดเป็นมรดกทางศิลปะและวัฒนธรรม
ให้เราได้เห็นอย่างมากมาย เป็นเหมือนกับขุมทรัพย์ที่รอการค้นพบ ไม่ว่าจะเป็นโบราณสถาน โบราณวัตถุ
สถาปัตยกรรม ประติมากรรม หรือจิตกรรมล้ำค่าที่มีอยู่อย่างมากมาย คงต้องใช้เวลาเป็นเดือน

ถึงจะเที่ยวชมและเข้าใจความเป็นเมืองมิลานได้ทั้งหมดด้วยลักษณะที่ตั้งและภูมิประเทศทำให้เมืองมิลาน
เป็นเหมือนกับหัวใจของทวีปยุโรป และกลายเป็นผู้นำทางด้านธุรกิจการค้า อุตสาหกรรมและนวัตกรรมใหม่
เรียกได้ว่าเป็นประตูสู่ตลาดการค้ายุโรปจากอดีตจนถึงปัจจุบันเป็นเมืองที่ทันสมัยแต่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งอดีต

จึงไม่แปลกที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งอดีตและอนาคต เมืองมิลานยังมีชื่อเสียงโดดเด่นในด้านแฟชั่น
และการออกแบบ จึงถูกจัดให้เป็นเมืองแฟชั่นในระนาบเดียวกับ นิวยอร์ก ปารีส และ ลอนดอน


         นอกจากนี้มิลานยังเป็นที่รู้จักจากประเพณีทำขนมในเทศกาลคริสต์มาสที่เรียกว่า ปาเนตโตเน
( Panettone) มี ผ้าไหมชั้นดีและเป็นแหล่งผลิตรถยนต์ อัลฟา โรเมโอ รวมไปถึง
สโมสรฟุตบอลอินเตอร์มิลาน
และ เอซีมิลาน


  


  • อาสนวิหารแห่งมิลาน : อลังการงานสร้าง

        อาสนวิหารแห่งมิลาน หรือที่เรียกกันว่า ดูโอโมแห่งมิลาน (Duomo di Milano) เป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของเมืองมิลาน

       ลานกว้างด้านหน้าดูโอโมที่มีอนุสาวรีย์ พระเจ้าวิกเตอร์เอมมานูเอลที่ 2 ทรงม้า คือสถานที่จัดงานสำคัญต่างๆ
และเป็นที่พบปะของผู้คน รอบๆดูโอโมคือศูนย์รวมร้านค้าแหล่งช้อปปิ้งชั้นนำ ดังนั้นหากจะมาเที่ยวเมืองมิลาน
ก็ต้องเริ่มที่ดูโอโมนี่แหละ     ดูโอโมแห่งมิลาน สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิกที่อลังการมากอันแสดงถึง
ความเชื่อศรัทธาในคริสต์ศาสนา และความยิ่งใหญ่ของพระศาสนจักร ในการเผยแผ่ความเชื่อคริสตชน
ในเขตลอมบาเดีย ทางภาคเหนือของประเทศอิตาลี ถือเป็นอาสนวิหารแม่ของอัครสังฆมณฑลมิลาน
ซึ่งเป็นอัครสังฆมณฑลที่ใหญ่ที่สุดในโลก

เฉพาะอัครสังฆมณฑลมิลานแห่งเดียวก็ใหญ่กว่าพระศาสนจักรไทยหลายเท่า ทั้งนี้ก็เพราะว่า
อัครสังฆมณฑลมิลานมีจำนวนคริสตชนมากถึง 5,191,510 คน มีวัดทั้งหมด 1,108 วัด มีพระสงฆ์ทั้งหมด
2,308 องค์ แยกเป็นพระสงฆ์สังฆมณฑล 2,066 องค์ พระสงฆ์นักบวช 242 องค์ มีสังฆานุกรถาวร 96 องค์
และสังฆนุกรที่จะบวชเป็นพระสงฆ์ 23 องค์ แบ่งออกเป็น 7 เขตปกครอง แต่ละเขตมีพระสังฆราช ( ผู้ช่วย)
ทำหน้าที่ปกครอง ประมุขคนปัจจุบันคือ พระคาร์ดินัล ดิโอนีจิ เต็ตตามานซิ ( Cardinal Dionigi Tettamanzi )
(ที่มา : Arcidiocesi di Milano: I MINISTRI ORDINATI Annuario 2008. Milano: Centro
Ambrosiano, 2008)


ดูโอโมแห่งมิลาน ถือเป็นอาสนวิหารที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ยาว 148 เมตร กว้าง 88 เมตร
จะเป็นรองก็แต่มหาวิหารนักบุญเปโตรที่กรุงโรมเท่านั้น เริ่มสร้างในสมัย พระอัครสังฆราชอันโตนิโอ
ดาซาลุซโซ (
Antonio da Saluzzo ) ในปี ค.ศ. 1386 ภายใต้ การออกแบบและควบคุมของ ซิโมเน ดา
ออร์เซนีโก
( Simone da Orsenigo ) ซึ่งเป็นวิศวกรคนแรก โดยการสนับสนุนของ เจียน กัลเลอัซโซ วิสกอนติ ( Gian Galeazzo Visconti ) และเงินบริจาคของคริสตชน


      การก่อสร้างได้ดำเนินเรื่อยมาอย่างยาวนานแบบไม่มีวันสิ้นสุด ผ่านยุคสมัยและเหตุการณ์ต่างๆ มากมาย
จนกระทั่งวันที่ 6 มกราคม ค.ศ. 1965 ซึ่งเป็นวันที่ประตูบานสุดท้ายของอาสนวิหารแล้วเสร็จและเปิดใช้
จึงถือเป็นวันสิ้นสุดของการก่อสร้างที่ยาวนานและยิ่งใหญ่อลังการของอาสนวิหารแห่งนี้ รวมระยะเวลาในการ
ก่อสร้างทั้งสิ้น 579 ปี ความโดดเด่นของดูโอโม อยู่ที่ยอดแหลมบนหลังคา บนยอดใหญ่ตรงกลางมีพระรูปแม่พระ
ทำด้วยทองสัมฤทธิ์ขนาดความสูง 4 เมตร ซึ่งเรียกกันว่า มาดูนีนา
(Madunina) เนื่องจากตั้งอยู่ในระดับความสูง 108.5 เมตร จึงทำให้มองดูเล็กนิดเดียว รายล้อมด้วยยอดแหลมอีก
135 ยอด ทำให้อาสนวิหารดูสง่าและแปลกตา หากไม่กลัวเหนื่อยสามารถไต่บันได 158 ขั้น
ขึ้นไปบนหลังคาเพื่อชมทัศนียภาพของเมืองมิลานได้ แต่ต้องเสียค่าขึ้นชม 5 ยูโร แต่หากใช้ลิฟต์เสีย 7 ยูโร
ด้านหน้าของดูโอโมประดับประดาด้วยรูปปั้นและรูปสลักหินอ่อนที่ประณีตบรรจง นอกนั้นยังมีรูปปั้นนักบุญ
รูปเรื่องราวในพระคัมภีร์อีกกว่า 3,000 รูป ด้านในมีกระจกสีสวยงามมาก ในส่วนของที่นั่งถูกแบ่งเป็น 5
ส่วนคั่นด้วยเสาคอลัมน์ขนาดใหญ่จำนวน 40 ต้น สูง 24.5 เมตร ที่แท่นบูชามีตะปูซึ่งเชื่อกันว่าเป็นตะปู
ที่ใช้ตรึงพระเยซูเจ้า ตะปูนี้จะนำมาให้ชมปีละครั้งในโอกาสฉลองเทิดทูนไม้กางเขน วันที่ 14 กันยายน

      ด้านหลังพระแท่นจะเห็นหน้าต่างขนาดมหึมา 20.7 x 8.5 เมตร 3 บาน ซึ่งข้างในเป็นกระจกสี
มีรูปบรรดานักบุญต่างๆ ขนาดย่อม แต่เมื่อมองจากระยะไกลจะแลดูเหมือนภาพโมเสดที่ให้สีสันโดดเด่น
ช่วยขับให้บริเวณพระแท่นแลดูสวยงามตระการตา ใต้พระแท่นเป็นพิพิธภัณฑ์สำหรับเก็บศาสนสมบัติ
ของอาสนวิหาร และหลุมศพของนักบุญคาร์โล บอร์โรเมโอ (San Carlo Borromeo)
อดีตประมุขของอัครสังฆมณฑลมิลาน








กลับหน้าหลัก   ชมหน้าต่อไป

 




" รอยยิ้มของท่าน คือความใฝ่ฝันของเรา "

วิทยุชุมชนคนของแผ่นดิน FM.103.75 MHz. 74 หมู่ 11 ต.นาโพธิ์ อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร 47210 โทร 0-4276-9204
Copyright ? 2007 PSN Studio. All rights reserved
พัฒนาโดย
Webmaster@naphoradio.com