เมืองมิลาน หรือที่ชาวอิตาเลียนเรียกว่า มีลาโน ( Milano ) เป็นเมืองสำคัญในภาคเหนือของ ประเทศอิตาลี
ที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากกรุงโรม ตั้งอยู่บริเวณที่ราบ ลอมบาร์เดีย ( Lombardia) มีประชากร
ประมาณ 1,483,882 (ข้อมูล : 31 ธันวาคม 2006 ) แต่ถ้ารวมประชากรบริเวณรอบนอกและเขตปริมณฑล
จะมีมากถึง 7.4 ล้านคน โดยเรียกเขตทั้งหมดว่า มิลานใหญ่(La Grande Milano) มิลาน
มีพื้นที่ประมาณ 1, 982 ตารางกิโลเมตร ประวัติศาสตร์ของเมืองมิลานสามารถย้อนไปไกลถึง 400 ปี
ก่อนคริสตกาล จากการตั้งรกรากของชาวเชลต์ (Celt) ซึ่งเป็นชาวพื้นเมืองดั้งเดิม ชื่อมิลานก็มาจาก ภาษาเซลต์
คือคำว่า "Mid-lan" ซึ่งหมายถึง อยู่กลางที่ราบ ก่อนที่จะถูกชาวโรมันยึดครองในช่วง 200 ปีก่อนคริสตกาล
ในยุคที่อาณาจักรโรมันยิ่งใหญ่และเกรียงไกรไม่มีใครเทียม หลังจากครอบครองมิลานนานหลายร้อยปี
จักรพรรดิ์ ดิโอเคลเทียน ( Diocletian ) ได้ประกาศให้เมืองมิลานเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรโรมันตะวันตก
ในปี ค.ศ. 293 เมืองมิลานในปัจจุบัน จึงมีรากมาจากอดีตที่ตกทอดเป็นมรดกทางศิลปะและวัฒนธรรม
ให้เราได้เห็นอย่างมากมาย เป็นเหมือนกับขุมทรัพย์ที่รอการค้นพบ ไม่ว่าจะเป็นโบราณสถาน โบราณวัตถุ
สถาปัตยกรรม ประติมากรรม หรือจิตกรรมล้ำค่าที่มีอยู่อย่างมากมาย คงต้องใช้เวลาเป็นเดือน
ถึงจะเที่ยวชมและเข้าใจความเป็นเมืองมิลานได้ทั้งหมดด้วยลักษณะที่ตั้งและภูมิประเทศทำให้เมืองมิลาน
เป็นเหมือนกับหัวใจของทวีปยุโรป และกลายเป็นผู้นำทางด้านธุรกิจการค้า อุตสาหกรรมและนวัตกรรมใหม่
เรียกได้ว่าเป็นประตูสู่ตลาดการค้ายุโรปจากอดีตจนถึงปัจจุบันเป็นเมืองที่ทันสมัยแต่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งอดีต
จึงไม่แปลกที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งอดีตและอนาคต เมืองมิลานยังมีชื่อเสียงโดดเด่นในด้านแฟชั่น
และการออกแบบ จึงถูกจัดให้เป็นเมืองแฟชั่นในระนาบเดียวกับ นิวยอร์ก ปารีส และ ลอนดอน
นอกจากนี้มิลานยังเป็นที่รู้จักจากประเพณีทำขนมในเทศกาลคริสต์มาสที่เรียกว่า ปาเนตโตเน
( Panettone) มี ผ้าไหมชั้นดีและเป็นแหล่งผลิตรถยนต์ อัลฟา โรเมโอ รวมไปถึง
สโมสรฟุตบอลอินเตอร์มิลานและ เอซีมิลาน

อาสนวิหารแห่งมิลาน หรือที่เรียกกันว่า ดูโอโมแห่งมิลาน (Duomo di Milano) เป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของเมืองมิลาน
ลานกว้างด้านหน้าดูโอโมที่มีอนุสาวรีย์ พระเจ้าวิกเตอร์เอมมานูเอลที่ 2 ทรงม้า คือสถานที่จัดงานสำคัญต่างๆ
และเป็นที่พบปะของผู้คน รอบๆดูโอโมคือศูนย์รวมร้านค้าแหล่งช้อปปิ้งชั้นนำ ดังนั้นหากจะมาเที่ยวเมืองมิลาน
ก็ต้องเริ่มที่ดูโอโมนี่แหละ ดูโอโมแห่งมิลาน สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิกที่อลังการมากอันแสดงถึง
ความเชื่อศรัทธาในคริสต์ศาสนา และความยิ่งใหญ่ของพระศาสนจักร ในการเผยแผ่ความเชื่อคริสตชน
ในเขตลอมบาเดีย ทางภาคเหนือของประเทศอิตาลี ถือเป็นอาสนวิหารแม่ของอัครสังฆมณฑลมิลาน
ซึ่งเป็นอัครสังฆมณฑลที่ใหญ่ที่สุดในโลก
เฉพาะอัครสังฆมณฑลมิลานแห่งเดียวก็ใหญ่กว่าพระศาสนจักรไทยหลายเท่า ทั้งนี้ก็เพราะว่า
อัครสังฆมณฑลมิลานมีจำนวนคริสตชนมากถึง 5,191,510 คน มีวัดทั้งหมด 1,108 วัด มีพระสงฆ์ทั้งหมด
2,308 องค์ แยกเป็นพระสงฆ์สังฆมณฑล 2,066 องค์ พระสงฆ์นักบวช 242 องค์ มีสังฆานุกรถาวร 96 องค์
และสังฆนุกรที่จะบวชเป็นพระสงฆ์ 23 องค์ แบ่งออกเป็น 7 เขตปกครอง แต่ละเขตมีพระสังฆราช ( ผู้ช่วย)
ทำหน้าที่ปกครอง ประมุขคนปัจจุบันคือ พระคาร์ดินัล ดิโอนีจิ เต็ตตามานซิ ( Cardinal Dionigi Tettamanzi )
(ที่มา : Arcidiocesi di Milano: I MINISTRI ORDINATI Annuario 2008. Milano: Centro
Ambrosiano, 2008)
ดูโอโมแห่งมิลาน ถือเป็นอาสนวิหารที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ยาว 148 เมตร กว้าง 88 เมตร
จะเป็นรองก็แต่มหาวิหารนักบุญเปโตรที่กรุงโรมเท่านั้น เริ่มสร้างในสมัย พระอัครสังฆราชอันโตนิโอ
ดาซาลุซโซ ( Antonio da Saluzzo ) ในปี ค.ศ. 1386 ภายใต้ การออกแบบและควบคุมของ ซิโมเน ดา
ออร์เซนีโก ( Simone da Orsenigo ) ซึ่งเป็นวิศวกรคนแรก โดยการสนับสนุนของ เจียน กัลเลอัซโซ วิสกอนติ
( Gian Galeazzo Visconti ) และเงินบริจาคของคริสตชน
การก่อสร้างได้ดำเนินเรื่อยมาอย่างยาวนานแบบไม่มีวันสิ้นสุด ผ่านยุคสมัยและเหตุการณ์ต่างๆ มากมาย
จนกระทั่งวันที่ 6 มกราคม ค.ศ. 1965 ซึ่งเป็นวันที่ประตูบานสุดท้ายของอาสนวิหารแล้วเสร็จและเปิดใช้
จึงถือเป็นวันสิ้นสุดของการก่อสร้างที่ยาวนานและยิ่งใหญ่อลังการของอาสนวิหารแห่งนี้ รวมระยะเวลาในการ
ก่อสร้างทั้งสิ้น 579 ปี ความโดดเด่นของดูโอโม อยู่ที่ยอดแหลมบนหลังคา บนยอดใหญ่ตรงกลางมีพระรูปแม่พระ
ทำด้วยทองสัมฤทธิ์ขนาดความสูง 4 เมตร ซึ่งเรียกกันว่า มาดูนีนา
(Madunina) เนื่องจากตั้งอยู่ในระดับความสูง 108.5 เมตร จึงทำให้มองดูเล็กนิดเดียว รายล้อมด้วยยอดแหลมอีก
135 ยอด ทำให้อาสนวิหารดูสง่าและแปลกตา หากไม่กลัวเหนื่อยสามารถไต่บันได 158 ขั้น
ขึ้นไปบนหลังคาเพื่อชมทัศนียภาพของเมืองมิลานได้ แต่ต้องเสียค่าขึ้นชม 5 ยูโร แต่หากใช้ลิฟต์เสีย 7 ยูโร
ด้านหน้าของดูโอโมประดับประดาด้วยรูปปั้นและรูปสลักหินอ่อนที่ประณีตบรรจง นอกนั้นยังมีรูปปั้นนักบุญ
รูปเรื่องราวในพระคัมภีร์อีกกว่า 3,000 รูป ด้านในมีกระจกสีสวยงามมาก ในส่วนของที่นั่งถูกแบ่งเป็น 5
ส่วนคั่นด้วยเสาคอลัมน์ขนาดใหญ่จำนวน 40 ต้น สูง 24.5 เมตร ที่แท่นบูชามีตะปูซึ่งเชื่อกันว่าเป็นตะปู
ที่ใช้ตรึงพระเยซูเจ้า ตะปูนี้จะนำมาให้ชมปีละครั้งในโอกาสฉลองเทิดทูนไม้กางเขน วันที่ 14 กันยายน
ด้านหลังพระแท่นจะเห็นหน้าต่างขนาดมหึมา 20.7 x 8.5 เมตร 3 บาน ซึ่งข้างในเป็นกระจกสี
มีรูปบรรดานักบุญต่างๆ ขนาดย่อม แต่เมื่อมองจากระยะไกลจะแลดูเหมือนภาพโมเสดที่ให้สีสันโดดเด่น
ช่วยขับให้บริเวณพระแท่นแลดูสวยงามตระการตา ใต้พระแท่นเป็นพิพิธภัณฑ์สำหรับเก็บศาสนสมบัติ
ของอาสนวิหาร และหลุมศพของนักบุญคาร์โล บอร์โรเมโอ (San Carlo Borromeo)
อดีตประมุขของอัครสังฆมณฑลมิลาน