
เก็บมาฝาก
ช่วงนี้เป็นช่วงปิดภาคเรียน (กรกฎาคม-กันยายน) ได้มีโอกาสไปช่วยงานอภิบาลที่วัดแห่งหนึ่งในเขตมิลาน
พบเห็นหลายสิ่งหลายอย่างน่าสนใจจึงเก็บมาฝาก
หมู่บ้านที่ไปอยู่ชื่อ บ๊อฟฟาโลรา (Boffalora) มีประชากรประมาณสี่พันคน ตั้งอยู่ห่างจากมิลานประมาณ 30 กิโลเมตร
เป็นหมู่บ้านที่จัดว่าใหญ่เกิดขึ้นจากการขุดคลองขนาดใหญ่เพื่อการคมนาคมเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ค.ศ. 1179 คือเมื่อ 829 ปีก่อน
เมื่อคลองสายนี้ขุดเสร็จได้มีผู้คนอพยพออกมาตั้งบ้านเรือนริมคลอง

หมู่บ้านแห่งนี้จึงมีความเก่าแก่และความสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ถือกำเนิดขึ้นเหมือนกับอีกหลายหมู่บ้าน ที่อาศัยลำคลองสายนี้
เสมือนเป็นสายน้ำแห่งชีวิต ในการเดินทาง เพาะปลูกและเลี้ยงชีพ
ส่วนการก่อตั้งกลุ่มคริสตชนเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อมีการก่อสร้างวัดหลังแรกเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ค.ศ. 1493
โดยให้ชื่อว่า วัดพระนางมารีย์แห่งหิมะ (Santa Maria Delle Neve) เพื่อถวายเกียรติแด่แม่พระ
เข้าใจว่าคงเป็นเพราะช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงฤดูหนาวที่ทุกพื้นที่แถบนั้นปกคลุมไปด้วยหิมะ จึงเป็นที่มาของชื่อดังกล่าว

วัดหลังปัจจุบันที่เห็นเป็นวัดหลังที่สอง ก่อสร้างเมื่อวันที่ 29 เมษายน ค.ศ. 1792 คือเมื่อ 216 ปีที่แล้ว
ไม่น่าเชื่อว่าจะยังคงสภาพที่มั่นคงแข็งแรงใช้งานได้จนถึงปัจจุบัน ได้มีการบูรณะปรับปรุงใหม่โดยเฉพาะภายในและบริเวณพระแท่น
และมีพิธีเสกเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ค.ศ. 1990 โดยพระคาร์ดินัล มารีย์ มาร์ตีนิ พระอัครสังฆราชแห่งมิลาน
คุณพ่อเจ้าอาวาสที่ไปอยู่ด้วยชื่อ คุณพ่อมาร์โก ลอนกิ (Don Marco Longhi) อายุ 70 ปี เป็นเจ้าอาวาสที่บ๊อฟฟาโลราได้ 25 ปีแล้ว
เพิ่งจะฉลองไปเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา พระสงฆ์เจ้าวัดที่อิตาลีส่วนใหญ่อายุมากและอยู่นาน ที่สำคัญไม่มีกำหนดเวลาย้ายและเกษียณอายุ
เหมือนบ้านเราเมื่อ 30-40 ปีก่อน แม้ตอนนี้สุขภาพจะไม่ค่อยดีนักก็ตาม จะเป็นเพราะอายุมาก
และปัญหาเรื่องสุขภาพนี่หรือเปล่าที่ทำให้เป็นคนโมโหร้าย
มีเรื่องให้ต้องดุด่าว่ากล่าวผู้คนรอบข้างให้เห็นทุกวัน
ไม่เว้นแม้แต่ซิสเตอร์ที่อยู่ด้วยและผู้ที่มาช่วยงานอย่างเรา
เล่ากันว่าวัดนี้เคยมีคุณพ่อผู้ช่วยเจ้าอาวาส
เหมือนกัน
แต่อยู่ไม่ยืดเพราะทนอารมณ์ของเจ้าอาวาสไม่ไหว ที่ต้องทำใจและยอมรับอีกอย่างก็คือ การต้อนรับและการให้เกียรติ
เหมือนอย่างที่เราเคยได้รับที่เมืองไทย หาไม่ได้ที่อิตาลี ทุกอย่างเป็นไปตามหลักการ กฎเกณฑ์ ตามเหตุและผล
แต่ก็มีหลายอย่างเหมือนกันที่ไม่ค่อยจะมีเหตุผลสักเท่าไหร่

งานหลักที่บ๊อฟฟาโลรา คือถวายมิสซา ฟังแก้บาป ช่วยแจกศีลมหาสนิท
และส่งศพที่สุสาน มิสซาปกติวันธรรมดามี 2 มิสซา
วันอาทิตย์มี 4 มิสซา โดยส่วนใหญ่จะเป็นประธานมิสซาที่สอง ต้องเทศน์และแบ่งปันพระวาจาทุกวัน
แต่วันไหนที่เจ้าอาวาสไม่อยู่หรือเข้าโรงพยาบาล
งานจะหนักหน่อย เพราะต้องรับทุกอย่าง หน้าที่ความรับผิดชอบอีกอย่างคือ
ช่วยดูแลเด็กที่โอราตอริโอ (Oratorio) แทนเจ้าอาวาส
ตั้งแต่เวลา 9.30- 17.30 น. ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์เว้นวันเสาร์และอาทิตย์


โอราตอริโอคือศูนย์หรือโรงเรียนวัดช่วงปิดภาคเรียนระหว่างเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม รวมระยะเวลา 2 เดือน เป็นที่ที่มีทุกอย่างพร้อม
เช่น ห้องประชุม ห้องเรียน สนามกีฬา และลานสำหรับทำกิจกรรม รูปแบบและกิจกรรมแต่ละวันไม่มีอะไรมาก
นอกจากรวมเด็กทำกิจกรรมเข้าจังหวะ
ในตอนเช้าประมาณครึ่งชั่วโมง คล้ายกายบริหารบ้านเรา จากนั้นปล่อยเด็กไปทำกิจกรรมที่ตนเองสนใจ
เช่น ร้องเพลง เต้น เล่นเกมส์
์ แต่โดยส่วนใหญ่จะปล่อยให้เด็กเล่นกันเองมากกว่า






จะมีพิเศษหน่อยคือมีเวลาภาวนารวมกันเป็นกลุ่มชั้นในเวลาบ่ายสามโมงและอธิบายพระวรสารประจำวันประมาณ 15 นาที
เวลาบ่ายสี่โมงมีกิจกรรมหมู่ประมาณครึ่งชั่วโมง บ่ายห้าโมงครึ่งก็ปล่อยเด็กกลับบ้าน บางวันมีการไปร่วมกิจกรรมกับวัดใกล้เคียงบ้าง
โดยคงรูปแบบและกิจกรรมอย่างเดียวกัน ดูเหมือนบรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองจะพอใจ เพราะมีที่ให้ลูกหลานได้เล่นและอยู่ร่วมกัน
ในช่วงปิดภาคเรียนอย่างปลอดภัย แทนที่การอยู่บ้านและเป็นภาระสำหรับตัวเอง แม้ว่าจะต้องจ่ายไม่น้อยก็ตามแต่ทุกคนก็เต็มใจ
ทำให้วัดมีรายได้โดยที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมากย มีเด็กเข้าร่วมประมาณร้อยกว่าคน

ที่แตกต่างจากบ้านเราคือจารีตพิธีที่บ๊อฟฟาโลรา เป็นจารีตที่ถือตามแบบนักบุญอัมโบรซีโอ เรียกว่า จารีตอัมโบรซีโอ (Rito Ambrosiano)
ส่วนใหญ่จะเหมือนจารีตโรมัน มีแตกต่างนิดหน่อยคือ การมอบสันติสุขจะทำก่อนการถวายเครื่องบูชา (ตรงตามคำสอนของพระเยซูเจ้า)
และการสวดบทยืนยันความเชื่อ (Credo)
ในวันอาทิตย์หรือวันฉลองสำคัญจะกระทำหลังภาคถวาย ก่อนจะเริ่มบทขอบพระคุณ อีกอย่างคือสีอาภรณ์ของพระสงฆ์
ทุกวันอาทิตย์จะใช้สีแดง ที่เล่ามาทั้งหมดคือสิ่งละอันพันละน้อยที่ได้พบได้เห็นที่บ๊อฟฟาโลรา
ถือเป็นสีสันและประสบการณ์ส่วนหนึ่งของชีวิต

วันแรกที่มาถึงคิดว่าคงจะอยู่ได้ไม่นาน แต่ไปๆมาๆ กลายเป็นว่าอีกไม่กี่วันก็จะครบเดือนแล้ว
วันที่ 7 กันยายนที่จะถึงก็จะครบหนึ่งปีของชีวิตที่อิตาลี
แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความคิดถึงเมืองไทยลดลงแต่อย่างใด
Don Daniele 28 luglio 2008
" รอยยิ้มของท่าน คือความใฝ่ฝันของเรา "
วิทยุชุมชนคนของแผ่นดิน FM.103.75 MHz. 74 หมู่ 11 ต.นาโพธิ์ อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร 47210 โทร 0-4276-9204
Copyright ? 2007 PSN Studio. All rights reserved
พัฒนาโดย Webmaster@naphoradio.com