" รักในหลวง ห่วงชุมชน
คนของแผ่นดิน
สร้างถิ่น ไทยเจริญ"





  

                  
บันทึกรายการ "ตามรอยพระคัมภีร์"
รายการพระวาจา สำหรับทุกๆ ท่าน ...... โดย ประสงค์ เนืองทอง ออกอากาศทุกวันเวลา 12.00 -13.00 น.
(เว้น ศุกร์และอาทิตย์) ทางสถานีวิทยุ นาโพธิ์เรดิโอ FM. 88.25 MHz
.และ สถานีวิทยุมิสซังท่าแร่-หนองแสง FM.104.50 MHz.

 


ดาว์นโหลด
บันทึกรายการ "ตามรอยพระคัมภีร์"

โดย ประสงค์ เนืองทอง

รายการพระวาจา สำหรับทุกๆ ท่าน

พระวรสารนักบุญลูกา           ลก 19:41-44

เวลานั้น ขณะที่พระเยซูเจ้าเสด็จมาใกล้กรุงเยรูซาเล็ม พระองค์ทอดพระเนตรเมืองนั้นแล้วทรงพระกันแสง ตรัสว่า
“ ถ้าในวันนี้เจ้าเพียงแต่รู้จักทางนำไปสู่สันติก็จะเป็นการดี แต่ทางนั้นถูกซ่อนไว้จากดวงตาของเจ้าเสียแล้ว
วันนั้นจะมาถึงเจ้า เมื่อข้าศึกสร้างที่มั่นล้อมเจ้า จะตรึงเจ้าไว้อย่างแน่นหนารอบทุกด้าน จะบุกทำลายเจ้าและลูกหลานที่อาศัยอยู่ในเจ้าจนราบเป็นหน้ากลอง และจะไม่ปล่อยให้มีก้อนหินซ้อนกันอยู่ในเจ้าอีก เพราะเจ้าไม่รู้จักเวลาที่พระเจ้าเสด็จมาเยี่ยมเจ้า”

 

 

 

ในค.ศ. 66 ชาวยิวที่อยู่ในปาเลสไตน์  เริ่มปฏิวัติต่อต้าน และขับไล่ชาวโรมันออกจากแคว้นยูเดีย
แต่กองทัพใหญ่โรมันโจมตีและทำลายกรุงเยรูซาเล็มในค.ศ.70 กรุงเยรูซาเล็มถูกปล้นและถูกเผา และพระวิหารถูกทำลาย

ศาสนายิวอยู่ภายใต้การปกครองของกฎหมายโรมัน ได้ชักชวนคนกลับใจเป็นจำนวนมากในบริเวณนอกปาเลสไตน์
ศาสนายิวเป็นศาสนาที่แผ่ขยายออกไปอย่างกว้างขวางในจักรวรรดิโรมัน อย่างไรก็ตาม ในระหว่างค.ศ. 66 และค.ศ.70
ศาสนายิวได้รับความเสียหายจากการถูกโจมตี

แคว้นยูเดีย อยู่ทางตอนใต้ของปาเลสไตน์ เป็นเมืองขึ้นและถูกปกครองโดยรัฐบาลของชาวโรมัน ชาวยิวไม่พอใจกับการปกครอง
และการเก็บภาษีของชาวโรมัน กลุ่มที่รู้จักดีคือกลุ่มผู้รักชาติ (Zealots) ชักชวนให้ปฏิวัติต่อต้านจักรวรรดิโรมัน
พวกเขาใช้วิธีการต่อสู้แบบกองโจรเข้าโจมตีชาวโรมัน ในช่วงแรกการต่อสู้แบบนี้ได้รับชัยชนะ
และยิ่งมีผู้ติดตามเข้าร่วมกับกลุ่มผู้รักชาติมากขึ้น

ในค.ศ. 66 รัฐบาลโรมันสั่งกองทัพเข้าไปในพระวิหารกรุงเยรูซาเล็ม เพื่อขนเอาเงินและภาชนะศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ไป
การกระทำที่ร้ายแรงนี้เป็นสาเหตุให้ประชาชนลุกขึ้นทำการปฏิวัติ และขับไล่ชาวโรมันออกจากแคว้นยูเดีย 
ซึ่งดูเหมือนว่าชาวยิวจะได้รับอิสรภาพอีกครั้ง แต่สิ่งนี้ไม่คงอยู่ถาวรตลอดไป

กองทัพใหญ่ชาวโรมัน ภายใต้อำนาจของเวสปาเซียน ซึ่งจะเป็นจักรพรรดิในไม่ช้า ชุมนุมกันที่แคว้นซีเรียเพื่อเดินทางมาแคว้นยูเดีย ทิตัส
ลูกชายของเวสปาเซียนร่วมทางมาด้วย ในค.ศ. 67 กองทัพโรมันรุกเข้าไปในแคว้นยูเดีย ชาวยิวจำนวนมากยึดเอากรุงเยรูซาเล็มเป็นที่หลบภัย
ซึ่งเป็นที่พวกเขาต่อสู้กับชาวโรมันอย่างดื้อดึง เวสปาเซียนกลับไปกรุงโรมเพื่อขึ้นเป็นจักรพรรดิ และทิตัสเข้าบังคับบัญชากองทัพโรมัน
ในค.ศ.70 ทิตัสล้อมกรุงเยรูซาเล็ม พวกชาวบ้านได้รับความทุกข์ทรมานอย่างมากเนื่องจากขาดอาหาร น้ำ และเครื่องใช้ และจากการต่อสู้กันเอง
ทิตัสเข้ายึดกรุงเยรูซาเล็มได้ สั่งให้เผาเมืองและทำลายพระวิหาร ชาวยิวที่ก่อจลาจลจำนวนมากถูกประหารชีวิต และบางคนถูกจับเป็นทาส เชลย
และถูกเนรเทศ สถานที่สำหรับพิธีนมัสการบูชาอย่างเป็นทางการในพระวิหารจึงมาถึงจุดจบ

ต่อมา   ชาวยิวปฏิวัติครั้งสุดท้ายในค.ศ.131-135  จึงนำไปสู่การกวาดล้างศาสนายิวออกจากตอนใต้ของปาเลสไตน์
ในช่วงนั้น ดูเหมือนว่าจักรวรรดิโรมันอาจจะได้กำจัดศาสนายิวจนหมดสิ้น แต่ด้วยการอนุญาตของโรมัน
มีกฎหมายของชาวยิวฉบับใหม่ออกมาที่รู้จักกันดีในชื่อ Mishnah ซึ่งพัฒนาขึ้นในแคว้นกาลิลี
กฎหมายนี้กลายเป็นแก่นของคัมภีร์ของชาวบาบิโลเนีย และชาวปาเลสไตน์ และแพร่ขยายไปทั่วโลกของกรีก-โรมัน



ที่มา :  
http://www.catholic.or.th/archive/historyxa/history 4/story 8.html

 

จากอีกหนึ่งเรื่องราว

  • ค.ศ. 64 วันที่ 18 กรกฎาคม ตอนกลางคืน เกิดไฟไหม้ขึ้นที่ร้านขายวัตถุไวไฟแห่งหนึ่งในกรุงโรม ประกอบกับการที่ถนนกรุงโรมในช่วงนั้นแคบ
    ทำให้ไฟจากร้านค้าวัตถุไวไฟนั้น ลุกลามไปยังบ้านเรือนหลังอื่นๆอย่างรวดเร็ว และไม่นานนัก ไฟก็ไหม้ทั่วเมือง
    นีโรรู้ข่าวก็รีบมาดูเปลวเพลิงที่หอคอยมิเซนุส (Maecenas) แล้วก็บอกว่าเปลวเพลิงนั้นช่างสวยงาม นั่งมองไฟผลาญกรุงโรมอย่างสบายอารมณ์
    พร้อมทั้งนำเครื่องดนตรีมาบรรเลงอย่างสุนทรีย์โดยไม่ส่งทหารไปช่วยดับไฟ
  • ค.ศ. 64 วันที่ 25 กรกฎาคม เปลวเพลิงที่ผลาญกรุงโรมมาตลอด 6 วัน 6 คืนดับลงในวันที่ 7 เผาบ้านเผาเรือนไป 132 หลัง ใน 4 หมู่บ้าน
    นีโรสั่งให้เวนคืนที่ดินจำนวนหนึ่งมาสร้างพระราชวังทองคำ (Golden Palace) ประกอบกับการที่นีโรไม่ส่งทหารไปช่วยดับไฟ
    และในอดีตพระองค์เคยคิดจะเปลี่ยนชื่อกรุงโรมเสียใหม่ว่า กรุงนีโรโพลิส (Neropolis) ประชาชนจึงปักใจเชื่อว่านีโรเป็นผู้เผากรุงโรม
    (นักประวัติศาสตร์ในปัจจุบันเองก็บอกว่ามีความเป็นไปได้ที่นีโรจะเป็นผู้เผากรุงโรม)

นีโรจึงสุ่มสี่สุ่มห้าบอกไปว่าผู้ที่นับถือลัทธิคริสเตียน (ศาสนาคริสต์เมื่อเกือบสองพันปีก่อนในจักรวรรดิโรมันเป็นเพียงแต่ลัทธิเล็กๆ
มิใช่ศาสนาอันยิ่งใหญ่เหมือนปัจจุบัน) เป็นกลุ่มคิดกบฎและพยายามเผาโรม จึงเกิดเป็นการประหารหมู่ชาวคริสเตียนในโรมันด้วยข้อหาเผาโรม
ประหารโดยวิธีให้อดอาหารสัตว์ป่าในโคลอสเซียมจนหิวโซ และนำชาวคริสเตียนไปปล่อยที่สนามโคลอสเซียม
และปล่อยสัตว์ป่าให้มารุมฉีกทึ้งชาวคริสเตียนต่อหน้าผู้ชม นอกจากนี้ยังเก็บภาษีอย่างหนักเพื่อมาซ่อมแซมบ้านเมือง
และแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ล่มจมของโรม ทำให้ประชาชนคลางแคลงใจในนีโร จนเกิดเป็นคำติดปากประชาชนชาวโรมว่า
"เนโรเผาโรม" (Nero Burning Rome) ซึ่งในปัจจุบัน วลีอายุกว่า 2, 000 ปีนี้ ได้ถูกใช้เป็นชื่อโปรแกรมซอฟต์แวร์เขียนแผ่นซีดี/ดีวีดี

แต่นีโรก็เปิดพระราชวังให้คนที่ไร้บ้านมาอาศัย พร้อมทั้งจัดหาข้าวน้ำให้ประชาชนดื่มกินฟรี
นอกจากนี้ยังสั่งให้ออกแบบการสร้างเมืองใหม่ให้ถนนกว้างขึ้นเพื่อป้องกันการเกิดเหตุแบบนี้ขึ้นอีก
และเพื่อไม่ให้ชาวบ้านที่มีโฉนดต้องเสียที่ดินไปเพราะการขยายถนนไปเบียด จึงจัดสรรที่ดินใหม่ให้เขตบ้านเรือนและถนนแผ่กว้าง
ทำให้ความเป็นไปได้ที่นีโรจะเป็นผู้เผาโรมลดลง ชาวบ้านบางส่วนก็เริ่มเชื่อใจ และจนถึงปัจจุบันยังไม่รู้ว่าอะไรเป็นต้นเหตุของเพลิง

แต่ที่กล่าวมานั้น ชาวบ้านที่เชื่อใจเป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น แต่ชาวบ้านหลายส่วนไม่เชื่อใจนีโร และประท้วงถอดถอนนีโร
เป็นการประท้วงที่รุ่นแรงและยืดเยื้อ

  • ค.ศ. 66 ปอปเปียตั้งครรภ์อีกครั้ง แต่นีโร กำลังเครียดกับกลุ่มผู้ประท้วงที่จะปลดตนจากตำแหน่งจักรพรรดิให้ได้
    จึงไม่ค่อยได้มาอยู่ที่วังมาดูแลปอปเปียและลูกในครรภ์ วันหนึ่งในปีเดียวกันนั้น นีโรกลับมาอยู่ที่วัง และพูดจาบางอย่างที่ทำให้ปอปเปียโมโห
    ปอปเปียจึงด่าว่านีโรอย่างหนัก นีโรที่กำลังเครียดจึงพลั้งมือฆ่าปอปเปียตายพร้อมทั้งลูกในครรภ์
  • ค.ศ. 67 นีโรเครียดจัด ประกอบกับช่วงนั้นที่กรีซกำลังจะจัดกีฬาโอลิมปิกขึ้น นีโรตัดสินใจไปร่วมแข่งขัน ทั้งๆที่บ้านเมืองยังตึงเครียด
    ทิ้งภาระหน้าที่ไว้กับสภาสูง ระหว่างที่นีโรไม่อยู่นั้น สภาสูงลงมติว่านีโรไม่ควรเป็นจักรพรรดิอีกต่อไป...
  • ค.ศ. 68 นีโรกลับจากกีฬาโอลิมปิก สภาสูงจึงส่งคนมาจับกุมโค่นอำนาจจักรพรรดินีโร
    นีโรจึงฆ่าตัวตายในวันที่ 9 มิถุนายนขณะอายุไม่ถึง 31 ปี และการที่พระองค์ไม่ทีทายาทเลย
    ทำให้ราชวงศ์จูลิโอ-คลอเดียน ต้องสิ้นสุดลง

อีกมุมมองหนึ่งของนักประวัตศาสตร์
กรณีข้อกล่าวหา เนโรเผากรุงโรมเมื่อ ค.ศ. 64

 

 "แทกซิตัส" นักประวัติศาสตร์ชาวโรมันที่มีชื่อเสียงในยุคของนีโรได้บันทึกข้อกล่าวหาไว้และถูกเชื่อถือกันมาตลอดระยะเวลา 2, 000 กว่าปี ดังนี้

  • ในระหว่างที่เนโรออกไปตากอากาศที่แอนติอุมเมืองชายทะเลได้เกิดเพลิงไหม้ในกรุงโรมและเมื่อเนโรทราบข่าว
    แต่พระองค์ก็ไม่เร่งรีบกลับพระนครอย่างใด คฤหาสถ์ของบรรดาวุฒิสมาชิกโรมันที่สร้างจากอิฐที่ไม่น่าติดไฟ
    แต่กลับถูกเพลิงเผาทำลายไปสิ้นนั้นน่าจะเกิดจากการวางเพลิงจากภายในแล้วสั่งทหารโรมันคอยเฝ้าขู่เพื่อไม่ให้มีการดับไฟ
    เนื่องจากความโกรธแค้นที่บรรดาวุฒิสมาชิกไม่ยอมอนุมัติให้พระองค์สร้างกรุงโรมใหม่
  • ทิศทางเพลิงดูวิปริตผิดธรรมดา ไฟลามขึ้นสู่ทิศเหนือ และบ้างก็ลงใต้ ทั้งที่ลมพัดมาจากทิศตะวันออกเฉียงใต้
    เป็นลักษณะของการวางเพลิงอย่างชัดเจน

         ปัจจุบัน เอริก วาร์นเนอร์ และ เฮนรี่ เฮิร์สต์ นักประวัติศาสตร์สองท่านที่มีชื่อเสียงไม่เชื่อในบันทึกของแทกซิตัส
         เนื่องจากในขณะที่กรุงโรมเกิดเพลิงไหม้นั้นแทกซิตัสมีอายุเพียง 8 ขวบ ซึ่งเข้าใจว่าแทกซิตัสอาจจะบันทึกตามคำบอกกล่าว
          ของชาวโรมในสมัยนั้น  โดยมีข้อสังเกตว่า

  • แท้จริงแล้วมีบันทึกจากนักประวัติศาสตร์ร่วมสมัยเนโรบันทึกไว้ว่า เมื่อเนโรทราบข่าวการเกิดเพลิงไหม้ก็รีบรุดกลับกรุงโรมทันที
    และทำหน้าที่เป็นผู้บัญชาการหน่วยทหารดับเพลิงแห่งโรมด้วยพระองค์เอง
  • ได้มีการทดลองสร้างคฤหาสถ์จำลองแบบโรมันซึ่งก่อด้วยอิฐจริงแล้วจุดไฟเผา ปรากฏว่าเมื่อโครงสร้างที่เป็นไม้ภายในไหม้ไฟ
    ทำให้เกิดความร้อนถึง 1, 100 ดีกรี แม้อาคารที่ก่ออิฐก็แตกพังทลาย
  • วิลล่าของเนโรชื่อ โดมุส ทรานซิโตเรีย ที่ทอดยาวตั้งแต่เนินพาลาทีนไปจนถึงเอสควอลีนก็ถูกไฟเผาไปด้วยเช่นกัน
  • กลไกการเกิดเพลิงไหม้ใหญ่เนื่องจากกรุงโรมถูกล้อมด้วยเนินเขาสำคัญ 7 ลูก เมื่อไฟไหม้หนักขึ้นก็จำเป็นต้องใช้ออกซิเจนมากขึ้น บนเนินเขาเตี้ยๆ
    ยังพอมีออกซิเจนเหลืออยู่มากกว่าพื้นดิน ไฟจึงโหมกระพือไปหาออกซิเจนทางเนินเขาที่อยู่ทิศเหนือบ้าง ทิศใต้บ้าง เป็นเรื่องปกติ

      อย่างใดก็ตามแต่ นักประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่ยังเชื่อว่าเนโรมีความผิดปกติทางจิตจริง โดยหลักฐานและบันทึกที่ปรากฏอยู่มากมาย
     แต่มีนักประวัติศาสตร์ร่วมสมัยกับเนโรอยู่หลายท่านที่บันทึกเรื่องราวที่เป็นธรรมกับเนโรด้วยเช่นกัน เช่น

      โยเซฟัส (Josephus) นักประวัติศาสตร์ที่เกิดและโตในรัชกาลของเนโร และมีอายุยืนถึง 70 ปี เขากล่าวว่า แท็กซิตัส และ ซูโตเนียส
      บันทึกกล่าวว่าร้ายใส่เนโรจนเกินไป เพราะทั้งสองคนนี้อยู่ในสมัยหลังเนโรถึง 50 ปี และสิ่งที่บันทึกล้วนแล้วเป็นสิ่งที่ได้แต่ฟังมา
        ไม่ได้เห็นด้วยตาตนเอง

       มาร์คัส แอนเนียส ลูคานัส นักประวัติศาสตร์ร่วมสมัยเนโรอีกคนหนึ่งบันทึกว่า ไพร่ฟ้าต่างหน้าใสเมื่ออยู่ใต้การปกครองของเนโร
       เศรษฐกิจของกรุงโรมในขณะนั้นดีมากประชากรต่างร่ำรวย  และเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่นั้นถูกเป็นเครื่องมือ
        หาความชอบธรรมให้กับเหล่าสมาชิกสภาสูงในการโค่นอำนาจจักรพรรดิ์เนโร

 

ที่มา : http://th.wikipedia.org/wiki

 
ฟังรายการย้อนหลัง
ลก 19:41-44 จงรับสันติสุขเอาไว้เถิด ขณะที่ยังมี โอกาส ขณะที่ยังมีลมหายใจ...... 2011-11-17
ลก 19:11-28 ผู้ที่มีมาก จะได้รับมากขึ้น ส่วนผู้ที่มีน้อย สิ่งเล็กน้อยที่เขามี อยู่จะถูกริบไปด้วย 2011-11-16
ลก 18:35-43ความเชื่อของท่าน ช่วยท่านให้รอดพ้นแล้ว 2011-11-15
ลก 18:35-43 ความเชื่อของท่าน ช่วยท่านให้รอดพ้นแล้ว 2011-11-14
ลก 18:1-8จำเป็นต้องอธิษฐานภาวนาอยู่เสมอ โดยไม่ท้อถอย เหตุว่าพระเจ้าจะไม่ประทานความยุติธรรม
แก่ผู้เลือกสรรที่ร้องหาพระองค์ ทั้งวันทั้งคืนดอกหรือ พระองค์จะไม่ทรงช่วยเขาทันทีหรือ
2011-11-12
ลก 17:20-25เพราะเมื่อสายฟ้าแลบ ย่อมส่องสว่าง จากขอบฟ้าหนึ่งไปถึงอีกขอบฟ้าหนึ่งฉันใด
บุตรแห่งมนุษย์ก็จะเสด็จมา ในวันของพระองค์ฉันนั้น
2011-11-10
ยน 4:19-24 พระเจ้าทรงเป็นจิต ผู้ที่นมัสการพระองค์ จะต้องนมัสการเดชะพระจิตเจ้า และตามความจริง 2011-11-09
ลก 17:7-10 ฉันเป็นผู้รับใช้ที่ไร้ประโยชน์ เพราะฉันทำตามหน้าที่ที่ต้องทำเท่านั้น 2011-11-08
ลก 17:1-6“โปรดเพิ่มความเชื่อให้พวกเราเถิด” 2011-11-07
ลูกา 15:1-10 “ หญิงคนใดที่มีเงินสิบเหรียญ แล้วทำหายไปหนึ่งเหรียญ จะไม่จุดตะเกียง กวาดบ้าน ค้นหาอย่างถี่ถ้วนจนกว่าจะพบหรือ 2011-11-03
ลก 14:12-14 เมื่อท่านจัดงานเลี้ยง จงเชิญคนยากจน คนพิการ คนง่อย คนตาบอด แล้วท่านจะเป็นสุข 2011-10-31
ลก 14:1,7-11-ผู้ทุกคนที่ยกตนขึ้นจะถูกกดให้ต่ำลง แต่ผู้ที่ถ่อมตนลงจะได้รับการยกย่องให้สูงขึ้น ” 2011-10-29
ฉลอง น.ซีโมนและน.ยูดาห์ อัครสาวก
ลก 6:12-19
ประชาชนทุกคน พยายามสัมผัสพระองค์ เพราะมี พระอานุภาพ ออกจากพระองค์ รักษาทุกคนให้หาย
2011-10-28
ลูกา 13 : 31-35 เราบอกท่านทั้งหลายว่า ท่านจะไม่เห็นเราอีก จนถึงเวลาที่ท่านจะกล่าวว่า
                        ‘ ขอถวายพระพรแด่ผู้ที่มาในพระนาม ขององค์พระผู้เป็นเจ้า’
2011-10-27
ลก 13:22-30 หนทางของชีวิตที่ก้าวเดิน ...ประคับแคบตูแคบกับใจที่โลเล  2011-10-26
ก 13:18-21” พระอาณาจักรก็เหมือน กับเมล็ดมัสตาร์ด ซึ่งชายคนหนึ่งทิ้งไว้ในสวนของตน มันเติบโตขึ้นและกลายเป็นต้นไม้
จนกระทั่งบรรดานกในอากาศ มาทำรังอาศัยบนกิ่งได้”
2011-10-25
ลก 13:1-9 เราบอกท่านทั้งหลายว่า ถ้าท่านไม่กลับใจเปลี่ยนชีวิต ทุกท่านจะพินาศไปเช่นเดียวกัน 2011-10-22
ลก 12:54-59ท่านรู้จักวินิจฉัยลักษณะดินฟ้าอากาศ แล้วทำไมจึงไม่วินิจฉัยเวลาปัจจุบันนี้เล่า 2011-10-21
ลก 12:49-53 "เรามีการล้างที่จะต้องรับ และเราเป็นทุกข์กังวลใจอย่างมาก จนกว่าการล้างนี้จะสำเร็จ" 2011-10-20
ลก 12:39-48 ผู้ใดได้รับฝากไว้มาก ผู้นั้นก็จะถูกทวงกลับไปมากด้วย 2011-10-19
ลก 10:1-9 ข้าวที่จะเกี่ยวมีมาก แต่คนงานมีน้อย จงวอนขอเจ้าของนาให้ส่งคนงาน มาเก็บเกี่ยวข้าวของพระองค์เถิด 2011-10-18
ลก 12:13-21 คืนนี้ เขาจะเรียกเอาชีวิตเจ้าไป แล้วสิ่งที่เจ้าได้เตรียมไว้ จะเป็นของใครเล่า 2011-10-17
เล่าประวัติท่านักบุญลูก2010-10-18
ลก 12:8-12 อย่าวิตกกังวล ว่าจะหาเหตุผลป้องกันตัวอย่างไร หรือจะพูดอะไร เพราะพระจิตเจ้า จะทรงสอนท่านในเวลานั้น 2011-10-15
ลก 12:1-7 อย่าเกรงกลัวผู้ที่ฆ่าได้แต่กาย และหลังจากนั้นก็ไม่อาจทำอะไรได้อีก 2011-10-14
ลก 11:42-46-ท่านให้ผู้อื่นแบกสัมภาระหนักเกินกำลัง แต่ท่านไม่ยอมแม้แต่จะใช้นิ้ว แตะต้องสัมภาระนั้น 2011-10-12
ลก 11:37-41 จงให้สิ่งที่อยู่ภายในเป็นทานเถิด แล้วทุกสิ่งก็จะสะอาดสำหรับท่าน 2011-10-11
ลก 1:26-38 ข้าพเจ้าเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า ขอให้เป็นไปกับข้าพเจ้า ตามวาจาของท่านเถิด ” 2011-10-07
ลก _11_5-13-จงขอเถิด แล้วท่านจะได้รับ จงแสวงหาเถิด แล้วท่านจะพบ 2011-10-06
ลก 11:1-4 โปรดประทานอภัยแก่ข้าพ เหมือนข้าพเจ้ให้อภัยแก่ผู้อื่น 2011-10-05
ลก 10:38-42 เธอเป็นห่วง และวุ่นวาย หลายสิ่งนัก 2011-10-04
ลก 10:25-37 จงรักเพื่อนมนุษย์ เหมือนรักตนเอง 2011-10-03
มธ 18:1-4- ถ้าท่านไม่กลับเป็นเหมือนเด็ก  เล็กๆ ท่านจะเข้าอาณาจักรสวรรค์ไม่ได้เลย 2011-09-01
ลก 10:13-16  วิบัติจงเกิดแก่เจ้าเมืองโคราซิน 2011-09-30
ยน 1:47-51   นี่คือชาวอิสราเอลแท้ เป็นคนไม่มีมารยา 2011-09-29
ลก 9:57-62 “ สุนัขจิ้งจอกยังมีโพรง นกในอากาศยังมีรัง แต่บุตรแห่งมนุษย์ไม่มีที่จะวางศีรษะ” 2011-09-28