
ประวัติบ้านโคกม่วง
หนึ่งในหมู่บ้านเก่าแก่ของชุมชนไทโส้
ประสงค์ เนืองทอง ศ.ศบ. : เรียบเรียง

พ่อแพง ใยปางแก้ว อายุ ๗๐ ปี ( พ. ศ ๒๕๔๑) คนพื้นเพบ้านเมืองเก่ากุสุมาลย์ เล่าว่าตอนที่ท่านเข้ามาอยู่ที่บ้านโคกม่วงขณะนั้น
ท่านมีอายุประมาณ ๖ ขวบ ( ราว พ. ศ. ๒๔๖๕ : ผู้เขียน) ตอนนั้นหมู่บ้านนี้มีประมาณ ๓๕ หลังคาเรือน บ้านโคกม่วงเป็นหมู่บ้านที่คน
ส่วนใหญ่แตกมาจากบ้านฮ้าง(ส่วนหนึ่งของเมืองเก่ากุสุมาลย์) บ้านฮ้างอยู่ห่างจากบ้านโคกม่วงไปทางทิศตะวันออกประมาณ ๐.๕ ก.ม.
นอกจากนี้คนที่เคยอยู่บ้านฮ้าง จำนวนมากก็แตกไปอยู่ที่บ้านโคกสว่าง
สาเหตุที่ผู้คนต้องไปอยู่ที่อื่น นั้นพ่อแแพงเล่าว่าเป็นเพราะเกิดความไม่สงบสุขขึ้นภายในหมู่บ้าน อันมีผลมาจากมีผีบอปผีโพง โดย
มาจากพวกเรียนวิชาอาคม เรียนคาถาแล้วไม่สามารถที่จะปฏิบัติตนตามข้อห้ามที่กำหนดไว้ ( ไม่สามารถคะลำได้ตามที่ได ้สัญญากับครูบา
อาจารย์ที่ตนไปเรียนวิชาด้วย) จึงกลายเป็นผีบอปผีโพง ทำความเดือดร้อนแก่คนอื่นไม่เว้นพี่น้องลูกหลานเด็กๆที่เป็นไข ้เป็นหวัดเล็กๆ
น้อยๆ ก็ตายลงเป็นจำนวนมาก จนหาเด็ก ๆ วิ่งเล่นตามบ้านก็ไม่มี ก่อนที่จะมีการตั้งหมู่บ้าน ที่หมู่บ้านฮ้างนั้น พ่อแพงเล่าว่าเดิมมีผู้คนอยู่
ที่ีู่่บ้านผักเน่านี้ก่อน และเมื่อบ้านเกิดความไม่สงบสุขก็จะมีการแยกย้ายกันออกไปอีก คนที่ยังอยู่ที่เดิมถือว่าเป็นพวกที่เป็นบอปเป็นโพง
ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งไม่ได้ ย้ายไปที่โคกสว่าง ( น่าจะเป็นก่อน ๒๔๖๕ หลายปีเพราะเมื่อพ่อแพงมาอยู่โคกม่วงท่านก็มีอายุ ๖ ปีแล้ว)
หมู่บ้านในระยะเริ่มต้น จะตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกและขยับขยาย กว้างออกไปในทางทิศตะวันตกของตำแหน่งหมู่บ้าน เดิมลักษณะ

ภูมิประเทศทางทิศตะวันออกจะลาดต่ำกว่าทางทิศตะวันตก หรือพื้นที่ จะเป็นที่เนินสูงมากขึ้นไปทางทิศตะวันตกมีห้วยสิม ตัดผ่าน
เนินจากทางทิศตะวันตกมาทางทิศตะวันออกผ่านบริเวณศาลเจ้าพ่อมเหศักดิ์ ที่ชาวบ้านเคารพนับถือบริเวณ สวนรุขเทวดาหรือลานเจ้าพ่อ
มเหศักดิ์ ดังกล่าวนั้นมีพื้นที่กว้างขวางพอสมควร มีความร่มรื่น สงบเย็น ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก ของพื้นที่ วัดศิริมงคลปัจจุบัน พ่อตัน ใยปางแก้ว อดีตผู้ใหญ่บ้านโคกม่วงและอดีต อ . ส. สังกัดกองร้อย อ. ส. อำเภอกุสุมาลย ์ เล่าว่า บ้านโคกม่วงเคยประสบความแห้ง
แล้งเป็นอันมากประมาณปี ๒๕๒๕ ชาวบ้านไม่มีข้าวกิน ใครมีข้าวมากก็ต้องแบ่งปัน ชาวบ้าน ชาวเมืองที่ไม่มีให้ไปกิน เมื่อถึงปีที่ได้ข้าว
้ข้าวอุดมสมบูรณ์ก็เอามาคืนโดยไม่คิดดอกเบี้ย คนพอจะมีกินก็ต้องดูแลช่วยเหลือ คนยากคน จนผู้นำต้องดูแลช่วยเหลือลูกหลานเสมอ
เดิมนั้น บ้านโคกม่วงมีวัดอยู่ที่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของหมู่บ้าน ( สถานที่ที่จัดตั้ง เป็นศูนย์ส่งเสริมวัฒนธรรมไทโส้ บ้านโคกม่วงในปัจจุบันนี้) เจ้าอาวาสวัดคือ หลวงปู่ลุน
ภายหลังเมื่อหลวงปู่มรณภาพและจัดพิธีฌาปนกิจศพของหลวงปู่เสร็จแล้วจึงได้ย้ายวัดไปตั้งใหม่ที่บริเวณทิศใต้ใกล้กับห้วยสิม
( ปี พ. ศ ๒๕๒๙ - ๒๕๓๐) และชื่อวัดในที่ตั้งใหม่ก็ใช้ชื่อวัดศิริมงคลตามเดิม
พ. ศ ๒๕๔๐ บ้านโคกม่วง มีจำนวนประมาณ ๑๐๐ หลังคาเรือน ผู้ใหญ่บ้านชื่อนายคำเบี่ยง ใยปางแก้ว ชาวบ้านมีอาชีพทำนา
ทำไร่ พ่อแพงเล่าว่า ความเป็น อยู่ของชาวบ้านถือว่าไม่เดือดร้อนเกินไปนักเพราะทำนามีข้าวกิน ไม่ถึงกับขาดแคลน แต่ก็มีหนี้สิน
มากพอสมควร หนี้สินส่วนใหญ่ เป็นหนี้ที่ ไปยืมเงิน ธกส. มาเพื่อซื้อรถไถนาเดินตามที่เรียกว่าควายเหล็กมาใช้นั่นเอง
อาชีพการงานของชาวบ้านในปัจจุบันนอกจากทำไร่ทำนาก็ยังมีการออกไปทำงานต่างถิ่น โดยเฉพาะกรุงเทพฯ คนวัยรุ่นหนุ่มสาว
ออกจากบ้านเกือบหมดหมู่บ้านเพื่อ หางานทำ จะกลับบ้านประมาณปีละ ๒ ครั้งคือ ช่วงปีใหม่กับช่วงสงกรานต์หรือเดือนเมษายนของ
ทุกปี และมักจะเอากฐินผ้าป่ามาทอดที่หมู่บ้านร่วมกับคนกรุงเทพฯด้วย
ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านโคกม่วงอยู่กัน อย่างง่าย ๆ ทำนาได้ข้าวทำไร่ได้ผักข้าวโพดพริกมะเขือมันส่วนอาหารการกินก็จับกบ
จับเขียดหาเห็ดหาอยู่หากินกันไป
ในอดีต นั้นกบเขียดปูปลานกหนูปูปีกมีมากมายไม่อดอยากแต่ปัจจุบันหาได้ยากมากขึ้นกว่าเก่า มากเนื่องจากมีความแห้งแล้งมาก
ขึ้น และการที่มีคนมากขึ้นก็ทำให้สัตว์เล็กสัตว์น้อยลดจำนวนลงเป็นอันมาก
พ่อแพง ใยปางแก้ว กล่าวว่าแต่เดิมไปนาไปไร่ไม่ต้องทำกับข้าวไปหาเปิดตามใบไม้ใบตองก็จะได้กบเขียดปูปลามากมาย
เอามาทำอาหาร กินกันสบายๆ
ที่ตั้ง พร้อมแผนที่สังเขป
บ้านโคกม่วง ตั้งอยู่ในตำบลนาโพธิ์ ห่างจากอำเภอกุสุมาลย์ ไปทางทิศตะวันตก 8 กิโลเมตร
อาชีพ
ชาวบ้านม่วง ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ คือ ทำนาและทำไร่ปลูกยาสูบเป็นอาชีพเสริม ศาสนา ชาวบ้านส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ มีวัดประจำหมู่บ้านคือ วัดศิริมงคล เป็นศูนย์ร่วมจิตใจชาวบ้านม่วง
ลักษณะทั่วไป
เนื้อที่ 2 , 600 ไร่ ใช้ทำการเกษตร 1 , 950 ไร่ - จำนวนครัวเรือน 130 ครัวเรือน
จำนวนประชากรทั้งหมด 658 คน(ชาย 321 คน หญิง 337 คน)
ลักษณะภูมิประเทศ
บ้านม่วงถูกล้อมรอบด้วยทุ่งนาและลำห้วยสิ่ม โดยทั่วไปมี 3 ฤดู คือ ฤดูฝน ฤดูร้อน
ฤดูหนาว
สภาพเศรษฐกิจ
รายได้เฉลี่ย 21 , 000 บาท/คน/ปี - ครัวเรือน
มีการอ้อมร้อยละ 90 % ต่อครัวเรือนทั้งหมด ชาวบ้านส่วนใหญ่ทำนา
หลังจากการเก็บเกี่ยวเสร็จแล้วได้ชาวบ้านบางส่วนจะไป รับจ้างทั่วไปที่กรุงเทพ
ทำการปลูกมะเขือเทศ และปลูกยาสูบ เนื้อที่ประมาณ 300 ไร่
สภาพสังคม
สภาพบ้านเรือนของชาวบ้านโคกม่วงมีความมั่นคงถาวร มีการจัดบ้านเรือนถูกสุขลักษณะ ครอบครัวมีความอบอุ่นประชากร
ส่วนใหญ ่มีสุภาพแข็งแรง คนที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไปได้รับการตรวจสุขภาพประจำปี 70 % เด็กและเยาวชนได้รับการศึกษาภาคบังคับทุกคน
ครัวเรือนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านโคกม่วง ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกกลุ่มที่ตั้งในหมู่บ้านและมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเพื่อประโยชน์ของ
ชุมชน
ประเพณี / เทศกาลประจำปี/วัฒนธรรม

ในเดือนเมษายนของทุกปีชาวบ้านจะร่วมใจกัน
จัดงานบุญประจำปี เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว
ผลิตภัณฑ์ของชุมชน ชาวบ้านโคกม่วงจะร่วมกลุ่มกันทอผ้าในช่วงหลังทำนากลุ่มทอผ้าแก๊บ
การท่องเชิงอนุรักษ์/หรือสถานที่ท่องเที่ยวในหมู่บ้าน/ชุมชน
สถานท่องเที่ยวของบ้านโคกม่วงเพื่อการศึกษาธรรมและความร่มเย็น
มีพระธาตุเจดีย์หลวงปูลุ่น ที่วัดศิริมงคลบ้านโคกม่วง
สถานที่พักในชุมชน
สถานที่พักเพื่อการศึกษาธรรม คือ วัดศิริมงคล
การเดินทางไปหมู่บ้าน
เดินทางจากตัวอำเภอกุสุมาลย์ไปบ้านโคกม่วงมี 3 เส้นทาง
1. แยก ร.ร.อนุบาลกุสุมาลย์ไปทางบ้านอีกุดไปบ้านโคกสว่างและเข้าบ้านโคกม่วงระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร
2. เข้าทางแยกไปบ้านเมืองเก่าเข้าบ้านโคกม่วง ระยะทาง 6กิโลเมตร 3. เข้าทางบ้านนาโพธิ์ตามทางหลวงชนบทถึงบ้านโคกม่วง ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร
การติดต่อ
ติดต่อสอบถามข้อมูลบ้านโคกม่วง ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านโคกม่วง เลขที่ 51 หมู่ 2 ต.นาโพธิ์ อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร 47210
ปัจจุบัน ผุ้ใหญ่บ้าน นายอำพร พูลเพิ่ม
สมาชิกสภา อบต. นายสนั่น ใยปางแก้ว และ นายเวียงชัย พาพานทาง
" รอยยิ้มของท่าน คือความใฝ่ฝันของเรา "
วิทยุชุมชนคนของแผ่นดิน FM.103.75 MHz. 74 หมู่ 11 ต.นาโพธิ์ อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร 47210 โทร 0-4276-9204
Copyright ? 2007 PSN Studio. All rights reserved
พัฒนาโดย Webmaster@naphoradio.com